Autoclave คืออะไร?

917 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Autoclave

การทำงานของเครื่อง Autoclave

         นำสิ่งของที่ต้องการทำให้ปราศจากเชื้อมาไว้ในเครื่องที่มีความร้อนและแรงดันของไอน้ำสูงกว่าสภาวะบรรยากาศปกติในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การนึ่งฆ่าเชื้อโดยทั่วไปจะใช้สภาวะที่อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส แรงดันไอน้ำ 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว โดยใช้ระยะเวลานึ่ง 15 นาที

         หากใช้อุณหภูมิสูงมาก ๆ และแรงดันไอน้ำมากกว่า 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว อาจจะมีผลเสียต่ออุปกรณ์ที่เป็นโลหะ เพราะอุณหภูมิที่สูงมากเกินจะทำให้เนื้อโลหะมีคุณสมบัติเปลี่ยนไปและมีอายุการใช้งานสั้นลง รวมทั้งแรงดันไอน้ำที่สูงเกินไปอาจทำให้ผิวโลหะเป็นสนิมและสึกกร่อนได้แม้จะใช้ระยะเวลาที่สั้นก็ตาม

 

เครื่อง Autoclave แบ่งออกเป็น 2 ระบบ ดังนี้

1. Autoclave ระบบ Gravity คือ Autoclave ขนาดเล็กที่มีความจุไม่เกิน 20 ลิตร มักใช้ในระดับห้องปฏิบัติการ (LAB) มีคุณสมบัติ ดังนี้

  • หากใช้อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส แรงดันไอน้ำจะเป็น 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว และหากใช้อุณหภูมิ 134 องศาเซลเซียส แรงดันไอน้ำจะเป็น 30 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว โดยอัตโนมัติ (เมื่อนึ่งในความดันบรรยากาศปกติ)
  • ไม่จำเป็นต้องมีการไล่อากาศออกจากห้องนึ่งก่อนเพิ่มความดันด้วยไอน้ำ เพราะแรงดันไอน้ำ 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เพียงพอที่จะไล่อากาศออกให้หมดได้อยู่แล้ว

2. Autoclave แบบมีระบบดูดให้เป็นสุญญากาศก่อนและหลังนึ่ง (Vacuum)

         ระบบนี้จะมีหม้อนึ่งขนาดใหญ่ (มักใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม) จึงเกิดปัญหาจากขนาดของห้องนึ่ง คือ แรงดันไอน้ำไม่สามารถไล่อากาศออกได้หมด ทำให้การนึ่งไม่ถึงระดับการฆ่าเชื้อตามที่ต้องการ ดังนั้น จึงต้องมีระบบดูดอากาศออกจากห้องนึ่งก่อนแล้วค่อยใช้แรงดันไอน้ำร้อน ในการนึ่ง เครื่อง Autoclave ระบบนี้ จะมีหม้อต้มให้เกิดไอน้ำ (Steam Boiler) แยกต่างหาก ไม่รวมอยู่ภายในห้องนึ่ง โดยจะฉีดไอน้ำทำให้ห้องนึ่งมีสภาวะความร้อนและแรงดันไอน้ำตามที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้อุปกรณ์ที่ผ่านการนึ่งมีอายุยาวนานกว่าการนึ่งด้วยเครื่อง Autoclave ระบบ Gravity เพราะของที่นึ่งแล้วจะสัมผัสความร้อนในช่วงเวลาที่สั้นกว่า

 

Autoclave ที่ดีควรมีลักษณะดังนี้

  • อุณหภูมิที่ใช้สำหรับการนึ่งฆ่าเชื้อควรอยู่ในช่วง 105 – 123 องศาเซลเซียส สูงที่สุดไม่ควรเกิน 134 องศาเซลเซียส
  • ความแม่นยำของอุณหภูมิควรอยู่ในช่วงไม่เกิน +/- 0.1 องศาเซลเซียส
  • ความดันสูงสุดที่ Autoclave ทำได้ไม่ควรต่ำกว่า 26 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
  • ระบบการปล่อยความดันออกควรจะมีแผ่นกรองเพื่อช่วยไม่ให้เกิดการปนเปื้อนจากภายนอกห้องนึ่ง
  • พื้นผิวภายในและภายนอกตู้ควรทำมาจากวัสดุที่ทนความร้อนได้สูง โดยเฉพาะส่วนที่เป็นพลาสติก
  • มีระบบควบคุมความปลอดภัย (Safety Control) เพื่อป้องกันอุณหภูมิและความดันสูงเกินค่าที่ต้องการ

ประโยชน์ของ Autoclave

         Autoclave เป็นเครื่องมือสำหรับนึ่งฆ่าเชื้อเครื่องมือ อุปกรณ์และของเสียที่เกิดการปนเปื้อนหรือติดเชื้อทางชีวภาพ (Biohazard) เช่น

  • เครื่องมือที่เกิดการปนเปื้อน หรือเครื่องมือที่นำไปใช้เกี่ยวข้องกับเชื้อจุลินทรีย์
  • สิ่งเพาะเลี้ยงและหัวเชื้อที่เกิดการติดเชื้อหรือปนเปื้อนจาก แบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส
  • อุปกรณ์อื่นที่เกิดการปนเปื้อน เช่น กระดาษผ้า, เสื้อผ้า, Pipette Tips แบบพลาสติก, Pipette แบบแก้ว, หลอดทดลองทั้งขนาดเล็กและใหญ่ (Tube, Vial), ถุงมือ และจานเพาะเชื้อที่ใช้แล้ว
  • ตัวอย่างเนื้อเยื่อสัตว์ทั้งที่เกิดและไม่เกิดการติดเชื้อ
  • กรงขังสัตว์ติดเชื้อ
  • ชิ้นตัวอย่างจากเซลล์พืชและสัตว์ที่มี DNA ลูกผสม


           ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับนึ่งฆ่าเชื้อ ต้องเป็นสิ่งของที่สามารถทนต่ออุณหภูมิและแรงดันไอน้ำสูงได้ เช่น เครื่องมือที่ทำจากแก้ว, เซรามิค, โลหะ หรือ ยาง, น้ำ และของเหลวทางการแพทย์ โดยใช้อุณหภูมิ แรงดันและเวลาที่เหมาะสม

         สิ่งที่ไม่ควรนำมานึ่งฆ่าเชื้อ ได้แก่ สารแผ่รังสี พลาสติก โพลีเอทิลีนชนิดต่าง ๆ และสารละลายที่ระเหยได้ หรือ สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เช่น ฟีนอล อีเทอร์ และคลอโรฟอร์ม

         ของเสียที่นำมานึ่งฆ่าเชื้อ นี้จะต้องใส่อยู่ในถุงใส่ของเสียทางชีวภาพ (Biohazard Bag) ก่อนจะนำมานึ่งฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันของเสียปะปนอยู่กับน้ำในห้องนึ่ง ไม่ควรใช้ถุงพลาสติกในการใส่ของเพื่อนำมานึ่งฆ่าเชื้อ เพราะถุงพลาสติกอาจละลายติดอยู่ในห้องนึ่งและจะทำให้ห้องนึ่งเสียหายได้

 

ข้อควรระวังในการใช้งาน Autoclave

  1. การนำสิ่งของออกจากเครื่อง Autoclave ต้องรอให้เข็มของ Pressure Gauge ตกลงมาที่ 0 psi ก่อนจึงสามารถเปิดฝาเครื่องได้
  2. ควรสวมถุงมือกันความร้อนทุกครั้งก่อนจับชิ้นส่วนของตู้ เนื่องจากยังมีความร้อนอยู่
  3. ต้องรอจนกว่าของเหลวในหม้อนึ่งความดันไอน้ำจะเย็นลงหรืออุณหภูมิลดลง ถึงจุดที่จะเอาสิ่งของออกได้
  4. ต้องปิดฝาหม้อนึ่งให้สนิททุกครั้งก่อนใช้งาน
  5. ไม่ควรวางสิ่งของซ้อนกันแน่นเกินไป
  6. การนึ่งของเหลว ควรคำนึงถึงปริมาตรที่บรรจุลงในภาชนะ ถ้าบรรจุมากเกินไปอาจทำให้ของเหลวล้นออกมาในขณะนึ่งเชื้อ

          การใช้งานเครื่อง Autoclave นั้น ควรมีการทดสอบเครื่อง หรือ สอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration Laboratory) อย่างสม่ำเสมอเพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ และเวลาดำเนินการสอบเทียบในเครื่องมือไม่ควรมีชิ้นงานหรือสิ่งของอยู่ภายในเครื่อง

ความปลอดภัยในการใช้ Autoclave
          วัสดุทุกอย่างที่ติดเชื้อควรจะนำมานึ่งฆ่าเชื้อก่อนจะล้าง จัดเก็บ หรือกำจัดเป็นของเสียทางชีวภาพ ส่วนผู้ใช้งานเครื่อง Autoclave ต้องได้รับการฝึกฝนให้เข้าใจถึงการบรรจุ การใส่ การติดฉลาก รวมทั้งวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เครื่อง Autoclave เป็นเครื่องมือที่ก่อให้เกิดความร้อนและความดันสูง ด้วยเหตุนี้ ผู้ใช้ทุกคนจึงต้องเข้าใจและคำนึงถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างดี การหยิบจับของร้อนต่าง ๆ ต้องใส่ถุงมือหนาที่ออกแบบมาให้ใช้กับการจับของร้อน เมื่อกระบวนการนึ่งฆ่าเชื้อเสร็จสมบูรณ์ จะต้องรอให้เครื่อง Autoclave เย็นลงสักเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดประตูห้องนึ่งออกมา และเมื่อเปิดประตูก็ควรเปิดอย่างช้า ๆ เพื่อให้แรงดันสูงภายในห้องนึ่งค่อย ๆ พุ่งออกมาภายนอก ซึ่งเครื่อง Autoclave จะมีวาล์วปล่อยความดันอยู่จึงสามารถปล่อยความดันจากช่องนี้ก่อนเปิดประตูตู้ได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

           เครื่อง Autoclave รุ่นเก่าบางรุ่นจะไม่มีวาล์วปล่อยความดันนี้ และผนังของตู้ภายนอกก็ไม่มีฉนวนกันความร้อน ดังนั้น ในระหว่างกระบวนการ ไม่ควรเข้าไปอยู่ใกล้กับเครื่อง และไม่ควรวางวัสดุไวไฟ เช่น กระดาษหรือพลาสติก หรือของเหลวไวไฟอื่น ๆ ไว้ใกล้กับเครื่อง

           เครื่อง Autoclave ส่วนมากจะมีระบบล็อคภายในตู้ (Safety Interlock System) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากการใช้งาน เมื่อประตูห้องนึ่งปิดไม่สนิท แต่ในเครื่องรุ่นเก่าอาจจะไม่มีกลไกการควบคุมความปลอดภัยภายในเครื่องนี้ ดังนั้น จึงต้องใช้งานด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการสังเกตและตรวจสอบให้แน่ใจว่าประตูห้องนึ่งนั้นปิดสนิทก่อนที่จะเริ่ม กระบวนการ ถ้าระหว่างกระบวนการนึ่งฆ่าเชื้อมีไอน้ำรั่วออกมารอบ ๆ รอยต่อของประตู แสดงว่าปิดประตูไม่สนิทพอ ในกรณีนี้จะต้องรีบหยุดกระบวนการโดยทันที แล้วรอจนไอน้ำหายไปหมด อุณหภูมิเริ่มลดลง และสภาพแวดล้อมภายนอกทุกอย่างปลอดภัยแล้ว จึงค่อยเปิดประตูออก จากนั้นก่อนที่จะเริ่มกระบวนการต่อ ควรตรวจสอบการปิดประตูให้แน่ใจอีกครั้ง แล้วจึงเริ่มกระบวนการใหม่อีกครั้ง ถ้าปัญหาเดิมยังคงเกิดอยู่ ควรส่งเครื่องให้ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ผลิตเพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษา

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้